ตัวแปร sql - เลือกทุกฟิลด์จากเทเบิล student เรียงจากฟิลด์ id น้อยไปมากตัวแปร query - ฟังก์ชันที่ใช้ประมวลผล sql และตรวจสอบว่าถูกหรือไม่ ตัวแปร num - ประมวลโดยนับจำนวน record ของ ตัวแปร query และแสดงผลตัวแปร num
วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556
อธิบายโค๊ด
<?php$sql="select * from student order by id asc";$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());$num=mysql_num_rows($query);echo "จำนวนทั้งหมด ".$num." คน<br>";$i=0;while($rs=mysql_fetch_array($query)){$i++;extract($rs);echo $i." ".$name." ".$surname."<br>";}?>
ตัวแปร sql - เลือกทุกฟิลด์จากเทเบิล student เรียงจากฟิลด์ id น้อยไปมากตัวแปร query - ฟังก์ชันที่ใช้ประมวลผล sql และตรวจสอบว่าถูกหรือไม่ ตัวแปร num - ประมวลโดยนับจำนวน record ของ ตัวแปร query และแสดงผลตัวแปร num
ตัวแปร sql - เลือกทุกฟิลด์จากเทเบิล student เรียงจากฟิลด์ id น้อยไปมากตัวแปร query - ฟังก์ชันที่ใช้ประมวลผล sql และตรวจสอบว่าถูกหรือไม่ ตัวแปร num - ประมวลโดยนับจำนวน record ของ ตัวแปร query และแสดงผลตัวแปร num
วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
PHP
<?php
$score=85;
if($score<50) {
echo 'grade 0' ;
}else if($score < 55) {
echo 'grade 1' ;
}else if($score < 60) {
echo 'grade 1.5' ;
}else if($score < 65) {
echo 'grade 2' ;
}else if($score < 70) {
echo 'grade 2.5' ;
}else if($score < 75) {
echo 'grade 3' ;
}else if($score < 80) {
echo 'grade 3.5' ;
}else{echo 'grade 4' ;}
?>
วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556
เรื่องขำ เรื่องที่ 15 ตอน สามสาวนั่งเม้า
ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวสีลม สามสาวนั่งเม้ากันในขณะที่รอนั่งรอเจ้าของร้านคิดเงินค่าอาหาร
สาวแรก “ชั้นเคยปวดไซนัสอยู่หนนึงนะ ปวดแทบแย่เลยแหละ นอนก็ไม่หลับ ปวดแทบตายจริงๆ”
สาว สอง “ชั้นก็เคยปวดฟันคุด แต่กลัวไม่กล้าไปหาหมอฟัน ทนปวดอยู่สองอาทิตย์นอนร้องไห้ทุกคืน จนทนไม่ไหว แฟนชั้นเค้าถึงได้บังคับให้ไปหาหมอผ่าออก”
สาวสาม “พวกเธอยังไม่มีลูกไม่รู้หรอก ตอนคลอดลูก ชั้นว่ามันปวดทรมานที่สุดในชีวิตเลยแหละ ชั้นว่านี่แหละปวดที่สุดแล้ว”
เจ้าของร้านหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองแล้วพูด “พวกพี่เป็นผู้หญิง ไม่รู้หรอกว่าถูกเตะผ่าหมากน่ะมันเป็นยังไง”
สาวแรก “ชั้นเคยปวดไซนัสอยู่หนนึงนะ ปวดแทบแย่เลยแหละ นอนก็ไม่หลับ ปวดแทบตายจริงๆ”
สาว สอง “ชั้นก็เคยปวดฟันคุด แต่กลัวไม่กล้าไปหาหมอฟัน ทนปวดอยู่สองอาทิตย์นอนร้องไห้ทุกคืน จนทนไม่ไหว แฟนชั้นเค้าถึงได้บังคับให้ไปหาหมอผ่าออก”
สาวสาม “พวกเธอยังไม่มีลูกไม่รู้หรอก ตอนคลอดลูก ชั้นว่ามันปวดทรมานที่สุดในชีวิตเลยแหละ ชั้นว่านี่แหละปวดที่สุดแล้ว”
เจ้าของร้านหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองแล้วพูด “พวกพี่เป็นผู้หญิง ไม่รู้หรอกว่าถูกเตะผ่าหมากน่ะมันเป็นยังไง”
เรื่องขำ เรื่องที่ 14 ตอน เข้าใจมั้ยคะ
ไอ้หนุ่มจอมเผด็จการเพิ่งแต่งงานกับเจ้าสาวคนสวย หลังจากงานแต่งงาน เขาก็เริ่มวางกฎเหล็ก
“ผม จะกลับบ้านเมื่อผมอยากกลับ และไม่ต้องการเสียงบ่นหรือท่าทีไม่พอใจใดๆ ไม่ว่าผมจะไปกินเหล้ากับเพื่อน เล่นไพ่ ล่าสัตว์ ตกปลกอะไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องรู้ เมื่อไหร่ที่ผมกลับมาอาหารเย็นต้องพร้อมเสมอ เข้าใจ๋”
“เข้า ใจค่ะ” เจ้าสาวคนสวยรับคำ “แต่ฉันมีข้อแม้อย่างนึงนะคะ คือฉันจะมีเซ็กส์เวลาหนึ่งทุ่มตรงทุกวัน ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้านหรือไม่อยู่ เข้าใจมั้ยคะ”
เรื่องขำ เรื่องที่ 13 ตอน มันทำชั้นตื่นทุกทีเลย
สาวใหญ่อนงค์หนึ่งมาหาหมอด้วยปัญหาคับใจ
“สามีชั้นนะคะ เวลาเขาถึงจุดสุดยอดทีไรเขาต้องตะโกนใส่หูชั้นว่า โอว.. ที่รัก ทุกทีไป” เธอเล่า
“ไม่แปลกหรอกครับ เป็นกันยังงี้กันเยอะแยะ” หมออมยิ้ม “ผมไม่คิดว่ามีปัญหาตรงไหนนี่ครับ”
“ทำไมจะไม่มีล่ะคะ” สาวใหญ่เสียงบูด “นั่นมันทำชั้นตื่นทุกทีเลย”
“สามีชั้นนะคะ เวลาเขาถึงจุดสุดยอดทีไรเขาต้องตะโกนใส่หูชั้นว่า โอว.. ที่รัก ทุกทีไป” เธอเล่า
“ไม่แปลกหรอกครับ เป็นกันยังงี้กันเยอะแยะ” หมออมยิ้ม “ผมไม่คิดว่ามีปัญหาตรงไหนนี่ครับ”
“ทำไมจะไม่มีล่ะคะ” สาวใหญ่เสียงบูด “นั่นมันทำชั้นตื่นทุกทีเลย”
เรื่องขำ เรื่องที่ 12 ตอน เลขาสาวสวย
ผู้จัดการสองคนในยุค ไอเอ็มเอฟ ร่วมกันจ้างเลขาฯ สาวสวยคนเดียว
ทั้งคู่แข่งกันว่าใครจะได้นอนกับเธอก่อนกัน
ในที่สุด ผู้จัดการคนแรกก็ได้นอนกับเลขาฯ คนสวย
เพื่อนจึงถามว่า "เป็นไงมั่งวะ"
ผู้จัดการคนแรกตอบว่า "ไม่ค่อยเก่งว่ะ เมียอั๊วเด็ดกว่า"
อีกสองอาทิตย์ ผู้จัดการคนที่สองจัดการพาเลขาฯ สาวสวยเข้าโรงแรม
เมื่อผู้จัดการคนแรกรู้ข่าว เขาถามว่า "เป็นไงมั่งล่ะ"
ผู้จัดการคนที่สองบอกว่า "ลื้อพูดถูกเผงเลยว่ะ เมียลื้อเด็ดกว่าจริงๆ !"
ทั้งคู่แข่งกันว่าใครจะได้นอนกับเธอก่อนกัน
ในที่สุด ผู้จัดการคนแรกก็ได้นอนกับเลขาฯ คนสวย
เพื่อนจึงถามว่า "เป็นไงมั่งวะ"
ผู้จัดการคนแรกตอบว่า "ไม่ค่อยเก่งว่ะ เมียอั๊วเด็ดกว่า"
อีกสองอาทิตย์ ผู้จัดการคนที่สองจัดการพาเลขาฯ สาวสวยเข้าโรงแรม
เมื่อผู้จัดการคนแรกรู้ข่าว เขาถามว่า "เป็นไงมั่งล่ะ"
ผู้จัดการคนที่สองบอกว่า "ลื้อพูดถูกเผงเลยว่ะ เมียลื้อเด็ดกว่าจริงๆ !"
เรื่องขำ เรื่องที่ 11 ตอน หมอค่ะ....ช่วยหนูด้วย หมอค่ะ....ช่วยหนูด้วย
หมอค่ะ....ช่วยหนูด้วย
มีกระเทยอนงค์นางหนึ่ง วิ่งแจ้นไปพบหมอที่คลินิกแห่งหนึ่งด้วยความรีบร้อนและตกใจพร้อมกับ vibrator ที่เสียบคาอยู่ในก้น
กระเทย: หมอค่ะ....ช่วยหนูด้วยคะ (พร้อมกับยื่นก้นให้หมอดู)
หมอ: ไปเล่นอีท่าไหนเข้าหละถึงติดอยู่ข้างในอย่างนี้......เอ้า ขึ้น เตียง เดี๋ยวหมอเอาออกให้
กระเทย: เออ.....คือหนูแค่มาให้หมอช่วยเปลี่ยนถ่านให้หน่อยอะคะ พอดีถ่านหมด
หมอ....???
มีกระเทยอนงค์นางหนึ่ง วิ่งแจ้นไปพบหมอที่คลินิกแห่งหนึ่งด้วยความรีบร้อนและตกใจพร้อมกับ vibrator ที่เสียบคาอยู่ในก้น
กระเทย: หมอค่ะ....ช่วยหนูด้วยคะ (พร้อมกับยื่นก้นให้หมอดู)
หมอ: ไปเล่นอีท่าไหนเข้าหละถึงติดอยู่ข้างในอย่างนี้......เอ้า ขึ้น เตียง เดี๋ยวหมอเอาออกให้
กระเทย: เออ.....คือหนูแค่มาให้หมอช่วยเปลี่ยนถ่านให้หน่อยอะคะ พอดีถ่านหมด
หมอ....???
เรื่องขำ เรื่องที่ 10 ตอน "I'm sorry"
มีพระราชาองค์หนึ่งรักการยิงธนูเป็นชีวิตจิตใจ ต้องการหาชายหนุ่มที่มีความสามารถในการยิงธนูเพื่อมาแต่งงานกับพระธิดาสุดสวย เลย
ป่าวประกาศให้หนุ่มๆ จากทั่วสารทิศมาทำการแข่งขัน ปรากฎว่ามี 3
คนเข้าร่วมในครั้งนี้
พระราชาให้นำผลแอ๊ปเปิ้ลวางไว้บนหัวพระธิดาเพื่อเป็นเป้า
ชายคนแรกยิงปักเข้าที่กลางลูกแอ๊ปเปิ้ล ผู้คนตบมือกันดังสนั่น
ชายคนแรกโค้งคำนับแล้วพูดว่า I am Robinhood แล้วก็เดินกลับไปยังที่นั่ง
ชายคนที่สองทำการยิงบ้าง
ลูกธนูแล่นเข้าเสียบท้ายลูกธนูดอกแรกอย่างแม่นยำและทะลุลูกแอ๊ปเปิ้ล
ชายคนที่สองประกาศอย่างเสียงดังว่า I am Herculis
เสียงปรบมือจากคนดูดังสนั่นกว่าเดิม ชายคนสุดท้ายเดินออกมาอย่างมั่นใจ
ง้างคันธนูเต็มแรง ลูกศรพุ่งแหวกอากาศเสียปึ๊กเข้าที่หน้าผาก เลือดทะลัก
พระธิดาล้มลงขาดใจตายทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ชม ชายคนที่ 3
ก็เกาหัวแกรกๆ แล้วประกาศออกไปว่า I am sorry แล้วย่องจากไปเงียบๆ....
เรื่องขำ เรื่องที 9 ตอน หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้าไปหาชายแก่ที่นั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน
หญิงสาว- ขอโทษนะคะคุณลุงคือดิฉันเผอิญสังเกตเห็นว่าคุณลุงดูมีความสุขจัง
ไม่ทราบว่ามีเคล็ดลับสำหรับชีวิตที่ยืนยาวและแสนสุขมั๊ยคะ
ชายแก่- ผมสูบุหรี่วันละ 3 ซองดื่มเบียร์วันละลัง กินอาหารมันๆ และไม่เค้ยไม่เคยออกกำลังกายเลย
หญิงสาว- ว๊าว!!!ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ คุณลุงอายุเท่าไหร่คะเนี่ย?
ชายแก่- 26
ไม่ทราบว่ามีเคล็ดลับสำหรับชีวิตที่ยืนยาวและแสนสุขมั๊ยคะ
ชายแก่- ผมสูบุหรี่วันละ 3 ซองดื่มเบียร์วันละลัง กินอาหารมันๆ และไม่เค้ยไม่เคยออกกำลังกายเลย
หญิงสาว- ว๊าว!!!ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ คุณลุงอายุเท่าไหร่คะเนี่ย?
ชายแก่- 26
เรื่องขำ เรื่องที่ 8 ตอน เอ๊ะ ตอนอะไรดี
"สามีนอนดูอเมริกันฟุตบอลอยู่
ภรรยาเข้ามาขอร้อง
"ซ่อมไฟทางเดินให้หน่อยสิ มันเสียมาหลายวันแล้ว"
"ซ่อมไฟเหรอ" สามีโมโห
"ฉันไม่ได้ทำงานเจเนรัลอิเลคทริคนะ ดูที่หน้าผากซิมี จีอี. สลักไว้หรือเปล่า"
"งั้นซ่อมประตูตู้เย็นให้หน่อยนะ" ภรรยาขอต่อ
"ซ่อมตู้เย็น ? " สามีฉุน "ไม่ได้ทำงานเวิล์ดพูลนะ ดูหน้าผากฉันซิมีอักษรสลักไว้หรือเปล่า"
"ค่ะ อย่างน้อยช่วยดูบันไดให้หน่อยได้ไหม รู้สึกมันจะพังแล้วนะ
"ซ่อมบันได" สามีโมโหสุดขีด "ฉันไม่ใช่พนักงานรับซ่อมบ้านนะ ดูซิมีเครื่องหมายพนักงานอยู่ตรงไหน"
สามีปึงปังออกจากบ้านไป เขาไปดื่มเหล้าดับอารมณ์อยู่สักพักก็รู้สึกตัวว่าเขาพูดจารุนแรงไป
เขาตัดสินใจกลับบ้านมาซ่อมของใช้ให้ภรรยา
เมื่อกลับเข้าบ้าน เขาเห็นไฟทางเดินส่องสว่างดี ประตูตู้เย็นก็ซ่อมเป็นปกติ บันไดก็ซ่อมเสร็จ
เขาจึงถามภรรยา "ที่รัก นี่เธอซ่อมมันยังไง"
"อ๋อ พอคุณออกจากบ้านไป ฉันก็นั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าบ้าน มีผู้ชายคนหนึ่งผ่านมาถาม ฉันเลยเล่าให้ฟัง
เขาอาสาว่าจะซ่อมให้ โดยขอนอนกับฉันครั้งหนึ่ง หรือไม่ก็ทำคุกกี้ให้เขา"
"เหรอ แล้วเธอทำคุกกี้อะไรให้เขาล่ะ" สามีถาม
"นี่คุณ" ภรรยาขึ้นเสียง
"ดูหน้าผากฉันซิ มีอักษร S & P หรือเปล่า"
"ซ่อมไฟทางเดินให้หน่อยสิ มันเสียมาหลายวันแล้ว"
"ซ่อมไฟเหรอ" สามีโมโห
"ฉันไม่ได้ทำงานเจเนรัลอิเลคทริคนะ ดูที่หน้าผากซิมี จีอี. สลักไว้หรือเปล่า"
"งั้นซ่อมประตูตู้เย็นให้หน่อยนะ" ภรรยาขอต่อ
"ซ่อมตู้เย็น ? " สามีฉุน "ไม่ได้ทำงานเวิล์ดพูลนะ ดูหน้าผากฉันซิมีอักษรสลักไว้หรือเปล่า"
"ค่ะ อย่างน้อยช่วยดูบันไดให้หน่อยได้ไหม รู้สึกมันจะพังแล้วนะ
"ซ่อมบันได" สามีโมโหสุดขีด "ฉันไม่ใช่พนักงานรับซ่อมบ้านนะ ดูซิมีเครื่องหมายพนักงานอยู่ตรงไหน"
สามีปึงปังออกจากบ้านไป เขาไปดื่มเหล้าดับอารมณ์อยู่สักพักก็รู้สึกตัวว่าเขาพูดจารุนแรงไป
เขาตัดสินใจกลับบ้านมาซ่อมของใช้ให้ภรรยา
เมื่อกลับเข้าบ้าน เขาเห็นไฟทางเดินส่องสว่างดี ประตูตู้เย็นก็ซ่อมเป็นปกติ บันไดก็ซ่อมเสร็จ
เขาจึงถามภรรยา "ที่รัก นี่เธอซ่อมมันยังไง"
"อ๋อ พอคุณออกจากบ้านไป ฉันก็นั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าบ้าน มีผู้ชายคนหนึ่งผ่านมาถาม ฉันเลยเล่าให้ฟัง
เขาอาสาว่าจะซ่อมให้ โดยขอนอนกับฉันครั้งหนึ่ง หรือไม่ก็ทำคุกกี้ให้เขา"
"เหรอ แล้วเธอทำคุกกี้อะไรให้เขาล่ะ" สามีถาม
"นี่คุณ" ภรรยาขึ้นเสียง
"ดูหน้าผากฉันซิ มีอักษร S & P หรือเปล่า"
เรื่องขำ เรื่องที่ 7 ตอน ประสบการณ์เฉียดตาย
หญิงวัยกลางคนเกิดอาการหัวใจวายและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
ระหว่างที่อยู่บนเตียงผ่าตัด เธอพบกับประสบการณ์เฉียดตาย
ซึ่งในระหว่างนี้เธอเห็นพระเจ้าและถามพระองค์ว่าวาระสุดท้ายของเธอมาถึงแล้วใช่ไหม
พระเจ้าตอบว่ายัง เธอต้องอยู่ต่อไปอีกสามสิบปี
หลังจากฟื้นคืนสติ เธอตัดสินใจอยู่ต่อที่โรงพยาบาลต่อเพื่อผ่าตัดดึงหน้า ทำปากให้อิ่มเอิบ
เสริมหน้าอกและอื่นๆอีกสารพัด เธอยังให้ช่างเข้ามาเปลี่ยนสีผมให้อีกด้วย
เธอทำเช่นนี้เพราะเห็นว่าในเมื่อจะต้องมีชีวิตอยู่อีก 30 ปี
ต้องใช้เวลาทั้งหมดนี้อย่างมีความสุขที่สุด
หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเสริมสวย เธอเดินออกจากโรงพยาบาล
แต่โชคร้ายกลับถูกรถพยาบาลชนตาย เมื่อมาพบหน้าพระเจ้าอีกครั้ง เธอบ่นว่า
“ฉันได้ยินว่าพระองค์บอกเองว่าฉันต้องมีชีวิตอยู่อีก 30 ปี”
พระเจ้าตอบว่า “โทษที เราจำเจ้าไม่ได้!”
ระหว่างที่อยู่บนเตียงผ่าตัด เธอพบกับประสบการณ์เฉียดตาย
ซึ่งในระหว่างนี้เธอเห็นพระเจ้าและถามพระองค์ว่าวาระสุดท้ายของเธอมาถึงแล้วใช่ไหม
พระเจ้าตอบว่ายัง เธอต้องอยู่ต่อไปอีกสามสิบปี
หลังจากฟื้นคืนสติ เธอตัดสินใจอยู่ต่อที่โรงพยาบาลต่อเพื่อผ่าตัดดึงหน้า ทำปากให้อิ่มเอิบ
เสริมหน้าอกและอื่นๆอีกสารพัด เธอยังให้ช่างเข้ามาเปลี่ยนสีผมให้อีกด้วย
เธอทำเช่นนี้เพราะเห็นว่าในเมื่อจะต้องมีชีวิตอยู่อีก 30 ปี
ต้องใช้เวลาทั้งหมดนี้อย่างมีความสุขที่สุด
หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเสริมสวย เธอเดินออกจากโรงพยาบาล
แต่โชคร้ายกลับถูกรถพยาบาลชนตาย เมื่อมาพบหน้าพระเจ้าอีกครั้ง เธอบ่นว่า
“ฉันได้ยินว่าพระองค์บอกเองว่าฉันต้องมีชีวิตอยู่อีก 30 ปี”
พระเจ้าตอบว่า “โทษที เราจำเจ้าไม่ได้!”
เรื่องขำ เรื่องที่ 6 ตอน เสียสละที่นั่งให้หญิง
ลูกชาย: แม่ครับ
ตอนที่อยู่กับพ่อบนรถเมล์เมื่อเช้านี้
พ่อบอกให้ผมสละที่นั่งให้ผู้หญิงสาวคนหนึ่งครับ
แม่: ดีจ้ะลูก ลูกทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
ลูกชาย: แต่แม่ครับ ผมนั่งอยู่บนตักพ่อนะ
พ่อบอกให้ผมสละที่นั่งให้ผู้หญิงสาวคนหนึ่งครับ
แม่: ดีจ้ะลูก ลูกทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
ลูกชาย: แต่แม่ครับ ผมนั่งอยู่บนตักพ่อนะ
เรื่องขำ เรื่องที่ 5 ตอน บ่ออธิษฐาน
หนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินมาถึงบ่อศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนมาอธิษฐานขอพร
ฝ่ายชายเริ่มโน้มตัวไปข้างหน้า ตั้งจิตอธิษฐานและโยนเหรียญลงไป
ฝ่ายภรรยาอยากอธิษฐานเช่นกันแต่เธอโน้มตัวไปมากเกินจนเสียศูนย์ ตกลงไปในบ่อ แล้วจมน้ำตาย
สามีพูดขึ้นเบาๆว่า “ว้าว ได้ผลจริงๆด้วย”
ฝ่ายชายเริ่มโน้มตัวไปข้างหน้า ตั้งจิตอธิษฐานและโยนเหรียญลงไป
ฝ่ายภรรยาอยากอธิษฐานเช่นกันแต่เธอโน้มตัวไปมากเกินจนเสียศูนย์ ตกลงไปในบ่อ แล้วจมน้ำตาย
สามีพูดขึ้นเบาๆว่า “ว้าว ได้ผลจริงๆด้วย”
เรื่องขำ เรื่องที่ 4 ตอน ทางแก้ปัญหา
สามี: เธอพกรูปฉันไว้ในกระเป๋าเสมอ
ทำไมหรอ
ภรรยา: อ๋อ ก็ถ้ามีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน ฉันก็จะดูรูปเธอ
แล้วปัญหาก็หายไปเลย
สามี: เห็นมั้ย ว่าฉันเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับเธอขนาดไหน
ภรรยา: ใช่ ฉันมองภาพเธอแล้วก็พูดกับตัวเองว่า “ปัญหาอะไรจะมาหนักหนากว่านี้อีกนะ”
ภรรยา: อ๋อ ก็ถ้ามีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน ฉันก็จะดูรูปเธอ
แล้วปัญหาก็หายไปเลย
สามี: เห็นมั้ย ว่าฉันเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับเธอขนาดไหน
ภรรยา: ใช่ ฉันมองภาพเธอแล้วก็พูดกับตัวเองว่า “ปัญหาอะไรจะมาหนักหนากว่านี้อีกนะ”
เรื่องขำ เรื่องที่ 3 ตอน วิธีประหยัด
เรื่องของคุณลุงคนนึง แกทำงานอยู่
กทม. ใกล้จะเกษียณแล้วล่ะ
วันหนึ่งก็มารอรถเมล์จะกลับบ้าน รออยู่คันแล้วคันเล่ารถก็ดูเต็มทุกคัน
แกรออยู่ตั้งนาน เวลาก็ค่ำลงๆ ก็มีอยู่คันหนึ่ง ทำท่าว่าจะจอดรับ แต่ก็ไม่จอด
แต่ลุงแกนึกว่าจะจอดก็ค่อยๆ วิ่งไล่ตามแกวิ่งไล่ตามไปเรื่อยๆ
เผลอไปสักพักใหญ่
....เฮ้ย .....ถึงบ้านแล้วนี่หว่า แกดีใจ
เออดี .....ไม่ต้องเสียค่ารถเมล์สามบาท แกดีใจ ใหญ่เลย กลับไปเล่าให้เมียฟัง
ลุง : นี่เธอจ๋า .. วันนี้พี่วิ่งไล่ตามรถเมล์มานะ ถึงบ้านพอดี ตังค์ก็ไม่ต้องเสียตั้งสามบาทล่ะ
เมีย : (พอได้ยินแทนที่จะดีใจไปด้วยกลับด่าส่ง)...ไอ้แก่จะตายแล้วยังจะโง่อีก
ลุง : อ้าวมาด่าชั้นทำไมล่ะ
เมีย : นี่ถ้าแกวิ่งตามแท็กซี่ แกรู้มั้ย ประหยัดได้อีกตั้งเท่าไหร่
วันหนึ่งก็มารอรถเมล์จะกลับบ้าน รออยู่คันแล้วคันเล่ารถก็ดูเต็มทุกคัน
แกรออยู่ตั้งนาน เวลาก็ค่ำลงๆ ก็มีอยู่คันหนึ่ง ทำท่าว่าจะจอดรับ แต่ก็ไม่จอด
แต่ลุงแกนึกว่าจะจอดก็ค่อยๆ วิ่งไล่ตามแกวิ่งไล่ตามไปเรื่อยๆ
เผลอไปสักพักใหญ่
....เฮ้ย .....ถึงบ้านแล้วนี่หว่า แกดีใจ
เออดี .....ไม่ต้องเสียค่ารถเมล์สามบาท แกดีใจ ใหญ่เลย กลับไปเล่าให้เมียฟัง
ลุง : นี่เธอจ๋า .. วันนี้พี่วิ่งไล่ตามรถเมล์มานะ ถึงบ้านพอดี ตังค์ก็ไม่ต้องเสียตั้งสามบาทล่ะ
เมีย : (พอได้ยินแทนที่จะดีใจไปด้วยกลับด่าส่ง)...ไอ้แก่จะตายแล้วยังจะโง่อีก
ลุง : อ้าวมาด่าชั้นทำไมล่ะ
เมีย : นี่ถ้าแกวิ่งตามแท็กซี่ แกรู้มั้ย ประหยัดได้อีกตั้งเท่าไหร่
เรื่องขำ เรื่องที่ 2 ตอนเป็นแฟนกัน อะไรๆมันก็ดีอย่างนี้
ชายหนุ่ม : บ้านคุณอยู่ไกล
ซอยเปลี่ยว อันตราย ให้ผมไปส่งดีกว่า
หญิงสาว : ซอยมันแคบกลับรถลำบากนะค่ะ
ชายหนุ่ม : ไม่เป็นไรครับ ผมถอยหลังผ่านตลอดออกได้
เมื่อแต่งงานกันผ่านไป 5 ปี.... อะไรอย่างนี้ก็เกิดขึ้น
ภรรยา : พี่ ๆ กลับเถอะดึกมากแล้ว
สามี : จะคุยกับเพื่อน กลับไปก่อนซิ
ภรรยา : ซอยมันเปลี่ยว อันตรายน่ะพี่
สามี : กลับประจำ ไม่มีอะไรหรอก
ภรรยา : ชั้นกลัวถูกข่มขืน
สามี : ไม่หรอกน่า ... เดี๊ยวนี้ โจรมันฉลาด... มันรู้จักเลือก
หญิงสาว : ซอยมันแคบกลับรถลำบากนะค่ะ
ชายหนุ่ม : ไม่เป็นไรครับ ผมถอยหลังผ่านตลอดออกได้
เมื่อแต่งงานกันผ่านไป 5 ปี.... อะไรอย่างนี้ก็เกิดขึ้น
ภรรยา : พี่ ๆ กลับเถอะดึกมากแล้ว
สามี : จะคุยกับเพื่อน กลับไปก่อนซิ
ภรรยา : ซอยมันเปลี่ยว อันตรายน่ะพี่
สามี : กลับประจำ ไม่มีอะไรหรอก
ภรรยา : ชั้นกลัวถูกข่มขืน
สามี : ไม่หรอกน่า ... เดี๊ยวนี้ โจรมันฉลาด... มันรู้จักเลือก
เรื่องขำ เรื่องที่ 1 ตอนทัพพีที่หายไป
เมื่อวินัยเชิญแม่ของเขามากินมื้อค่ำที่อพาร์ทเมนท์
ซึ่งเขาอยู่กับสาวสวยชื่อนิสา
คุณแม่จึงอดเคลือบแคลงในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้
ระหว่างร่วมโต๊ะมื้อเย็นนั้นเอง
คุณแม่ของวินัยเฝ้าสังเกตสายตาที่ทั้งคู่มองสบกัน
จนลูกชายชักเดาใจออก จึงรีบพูดขึ้นว่า
“ผมรู้นะว่าแม่กำลังคิดอะไร .. แต่ผมยืนยันได้แน่ว่า
ผมกับนิสาเป็นแค่รูมเมทเท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยจริงๆ”
หลังจากแม่ของวินัยกลับไปได้ 1 อาทิตย์ นิสาจึงบอกวินัยว่า
“ตั้งแต่แม่ของคุณมาเยี่ยมเราคราวนั้น ฉันก็หาทัพพีคันโปรดไม่เจอเลย
ที่จริง..ฉันก็ไม่คิดว่าแม่ของคุณจะเอาไปหรอกนะคะ หรือคุณว่ายังไง”
วินัยจึงตอบว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะลองเขียนจดหมายไปถามคุณแม่ดู”
วินัยจึงนั่งลงเขียนจดหมาย เนื้อความว่า..
“เรียน คุณแม่สุดที่รัก..
ผมไม่ได้คิดว่าคุณแม่จะเผลอเอาทัพพีที่บ้านผมไปหรอกนะครับ
แต่จะว่าแม่ไม่ได้เอาไป..... ก็ยังไงอยู่ เพราะทัพพีสวย ๆ
คันหนึ่งหายไปตั้งแต่วันที่คุณแม่มาทานข้าวเย็นที่บ้าน
ขอแสดงความนับถือ
วินัย”
หลายวันต่อมา วินัยได้รับจดหมายตอบจากแม่ของเขา เนื้อความว่า..
“ถึง ลูกชายสุดที่รักของแม่
แม่ไม่เคยพูดว่าลูกมีอะไรกับนิสา
แต่แม่ก็ไม่ได้คิดว่าลูกจะไม่มีอะไรกับเธอ
เพราะความจริงมีอยู่ว่า ถ้านิสานอนที่ห้องตัวเอง ก็คงเจอทัพพีนั่นไปตั้งนานแล้ว
รักมาก
แม่”
ซึ่งเขาอยู่กับสาวสวยชื่อนิสา
คุณแม่จึงอดเคลือบแคลงในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้
ระหว่างร่วมโต๊ะมื้อเย็นนั้นเอง
คุณแม่ของวินัยเฝ้าสังเกตสายตาที่ทั้งคู่มองสบกัน
จนลูกชายชักเดาใจออก จึงรีบพูดขึ้นว่า
“ผมรู้นะว่าแม่กำลังคิดอะไร .. แต่ผมยืนยันได้แน่ว่า
ผมกับนิสาเป็นแค่รูมเมทเท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยจริงๆ”
หลังจากแม่ของวินัยกลับไปได้ 1 อาทิตย์ นิสาจึงบอกวินัยว่า
“ตั้งแต่แม่ของคุณมาเยี่ยมเราคราวนั้น ฉันก็หาทัพพีคันโปรดไม่เจอเลย
ที่จริง..ฉันก็ไม่คิดว่าแม่ของคุณจะเอาไปหรอกนะคะ หรือคุณว่ายังไง”
วินัยจึงตอบว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะลองเขียนจดหมายไปถามคุณแม่ดู”
วินัยจึงนั่งลงเขียนจดหมาย เนื้อความว่า..
“เรียน คุณแม่สุดที่รัก..
ผมไม่ได้คิดว่าคุณแม่จะเผลอเอาทัพพีที่บ้านผมไปหรอกนะครับ
แต่จะว่าแม่ไม่ได้เอาไป..... ก็ยังไงอยู่ เพราะทัพพีสวย ๆ
คันหนึ่งหายไปตั้งแต่วันที่คุณแม่มาทานข้าวเย็นที่บ้าน
ขอแสดงความนับถือ
วินัย”
หลายวันต่อมา วินัยได้รับจดหมายตอบจากแม่ของเขา เนื้อความว่า..
“ถึง ลูกชายสุดที่รักของแม่
แม่ไม่เคยพูดว่าลูกมีอะไรกับนิสา
แต่แม่ก็ไม่ได้คิดว่าลูกจะไม่มีอะไรกับเธอ
เพราะความจริงมีอยู่ว่า ถ้านิสานอนที่ห้องตัวเอง ก็คงเจอทัพพีนั่นไปตั้งนานแล้ว
รักมาก
แม่”
วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556
มารยาทไทย
มารยาทไทย คือ กิริยา วาจาต่างๆ เช่น การยืน การเดิน การนั่ง การนอน การรับของส่งของ การทำความเคารพ การแสดงกิริยาอาการ การรับประทานอาหาร การให้และรับบริการ การทักทาย การสนทนา การใช้คำพูด การฟัง การใช้เครื่องมือสื่อสาร รวมทั้งการประพฤติปฏิบัติในพิธีการต่างๆที่สุภาพเรียบร้อยที่บุคคลพึงปฏิบัติในสังคมโดยมีระเบียบแบบแผนอันเหมาะสมตามกาลเทศะ และถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของคนไทย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)